ชุมชน | คน | รัฐ ความร่วมมือที่ผลักดันให้ย่านสร้างสรรค์เกิดขึ้นจริง

การเกิดย่านสร้างสรรค์ซึ่งเป็นพื้นที่ใช้ประโยชน์ เพิ่มคุณภาพชีวิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเมือง และพัฒนาไปสู่การเติบโตของเศรษฐกิจระดับประเทศ ความหลากหลายของชุมชน คน และวัฒนธรรมจากอดีต ยังคงมีบทบาทต่อเนื่องในปัจจุบัน หลายเมืองทั่วโลกมุ่งสร้างความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจใหม่จากต้นทุนของเมืองเก่า หลากโครงการเกิดขึ้นจากการค้นหา แลกเปลี่ยน และร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งภาครัฐและเอกชน โดยมีคนเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงเรื่องราว กลุ่มคนทำงานสร้างสรค์ ทำให้ย่านมีชีวิตชีวา เป็นพื้นที่ซึ่งใช้ประโยชน์จากความคิดสร้างสรรค์ โดยมีระบบนิเวศสร้างสรรค์เป็นกลไกในของความเคลื่อนไหวทางธุรกิจ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่อยกระดับคุณภาพและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของพื้นที่ต่อไป

แนวทางในการพัฒนาย่านเจริญกรุง  จำเป็นต้องมีการพัฒนาและส่งเสริมให้เกิดระบบนิเวศ ที่เอื้ออำนวยต่อการขับเคลื่อนย่านสร้างสรรค์  อันจะนำไปสู่การดำเนินโครงการ  ธุรกิจ และกิจกรรมต่าง ๆของย่านสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้นได้  ดังนี้

1. การพัฒนาด้านกายภาพพื้นที่และฟื้นฟูภูมิทัศน์

การจัดภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อมที่เน้นให้เกิดเป็นเอกลักษณ์และสนับสนุนการเกิดระบบนิเวศสร้างสรรค์ของบริเวณถนนเจริญกรุงและพื้นที่ต่อเนื่อง โดยต้องสอดคล้องทั้งด้านกายภาพและวิถีชีวิตของชุมชนดั่งเดิมในพื้นที่ อาทิ การใช้ประโยชน์จากอาคารเก่าภายในย่านอย่างเต็มศักยภาพเพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์ การเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงและเชื่อมต่อภายในพื้นที่ การสนับสนุนให้เกิดและมีการใช้งานพื้นที่สาธารณะ และการลด/ยกเลิกสิ่งปลูกสร้างที่กำหนดขอบเขตพื้นที่ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว

2. การส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดกิจกรรมกระตุ้นบรรยากาศสร้างสรรค์ภายในย่านอย่างต่อเนื่อง

การจัดกิจกรรมส่งเสริมย่านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เพื่อให้ย่านมีความตื่นตัว เป็นจุดมุ่งหมายในการจัดแสดงงาน และเป็นจุดมุ่งหมายสำหรับการท่องเที่ยวซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมและธุรกิจสร้างสรรค์เข้ามาในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

3. การพัฒนาสถานที่สำคัญหรือมีเอกลักษณ์ เพื่อสร้างจุดหมายใหม่ในการดึงดูดประชาชนสู่ย่านสร้างสรรค์

การพัฒนาและส่งเสริมให้เกิดจุดหมาย / จุดเยี่ยมชม ที่เป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปให้เข้ามารู้จักพื้นที่ย่านเจริญกรุงให้เพิ่มขึ้นในวงกว้าง โดยแนวทางการพัฒนาได้แก่ ความร่วมมือกับชุมชน เจ้าของพื้นที่ หน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบ ในการปรับปรุง ฟื้นฟู จุดเยี่ยมชมต่างๆ ให้มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการศึกษาเรียนรู้และการท่องเที่ยว เช่น การจัดทำป้ายข้อมูลท่องเที่ยว การปรับภูมิทัศน์และความสะอาดพื้นที่โดยรอบ การจัดทำเส้นทางเข้าถึงพื้นที่ พร้อมทั้งการจัดกิจกรรมส่งเสริมคุณค่าย่านทางประวัติศาสตร์ผ่านความคิดสร้างสรรค์

พื้นที่เจริญกรุงเป็นพื้นที่ที่มีการกระจุกตัวของอาคารสำคัญทางประวัติศาสตร์ค่อนข้างมาก อาคารริมน้ำ หรือตึกแถวต่าง ๆ ในพื้นที่ อาทิ TCDC กรุงเทพฯ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก ตัวอาคารรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบโมเดิร์น และ ประติมากรรมรูปครุฑ 2 ตัวที่ประดับอยู่บริเวณมุมบนของอาคารและประติมากรรมภาพแสตมป์ ผลงานของ อ.ศิลป์ พีระศรี
ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตลาดน้อย ธนาคารแห่งแรกของประเทศไทย และยังเป็นที่ตั้งของต้นไกรสัญลักษณ์ของธนาคารไทยพาณิชย์ อายุ 100 กว่าปี อาคารศุลกสถาน อาคารริมแม่น้าเจ้าพระยา ทรงนีโอคลาสสิก ที่ทำการเก็บภาษีสินค้าขาเข้า โบสถ์อัสสัมชัญ ชมสถาปัตยกรรมแบบเรเนสซองต์ โบสถ์คริสต์แห่งแรกของประเทศไทย และ
ผลงานประติมากรรมภาพพระเยซู ผลงานของ อ.ศิลป์ พีระศรี

มัสยิดชุมชนฮารูณ อายุกว่า100 ปี เดิมชื่อ “มัสยิดวัดม่วงแค”ต่อมาเปลี่ยนเป็นมัสยิดฮารูณ ตาม “โต๊ะฮารูณ บาฟาเดน” ผู้สร้างซึ่งเป็นโต๊ะอิหม่ามคนแรกชาวอินโดนีเซียที่ได้ย้ายมาอยู่ที่ไทยในช่วงต้นรัชกาลที่ 3

4. การสร้างและส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจ (Business Enhancement)

ธุรกิจสร้างสรรค์คือหัวใจของการพัฒนาย่านสร้างสรรค์เจริญกรุง โดยกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์จะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการสร้างเอกลักษณ์และคุณค่าของย่านสร้างสรรค์ ที่มีความแตกต่างของประเภทธุรกิจ ความหลากหลายของสินค้าและบริการต่างๆ ทั้งนี้ ในการส่งเสริมโอกาสทางธุรกิจ ยังรวมถึง กลุ่มธุรกิจเดิมภายในย่าน ได้แก่ ธุรกิจจิวเวลลี่ ธุรกิจอาร์ตแกลอรี่ ธุรกิจบริการร้านค้า และกลุ่มธุรกิจสนับสนุนต่างๆ ได้แก่ ธุรกิจที่พัก ธุรกิจพัฒนาพื้นที่สำนักงานขนาดเล็ก ธุรกิจการเงิน เป็นต้น เพื่อให้เกิดย่านสร้างสรรค์ต้นแบบที่เป็นแหล่งรวมตัวของธุรกิจสร้างสรรค์และธุรกิจสนับสนุนที่เกี่ยวข้อง ให้เกิดความสามารถในการแข่งขันได้ พร้อมทั้งยังรักษาเอกลักษณ์และคุณค่าย่านประวัติศาสตร์ควบคู่กับความคิดสร้างสรรค์ ในการสร้างสิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดกลุ่มธุรกิจดังกล่าว จำเป็นต้องมีการจัดทำหลักเกณฑ์คัดเลือก เพื่อให้เกิดความเหมาะสมของสัดส่วนของกิจกรรมในเชิงเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นไปที่ 15 กลุ่มอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของประเทศไทย และกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความเกี่ยวเนื่องกับระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ตลอดจนธุรกิจการท่องเที่ยวและธุรกิจบริการ อาทิ สิทธิประโยชน์ทางการเงินแก่ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ในพื้นที่ สิทธิประโยชน์ทางด้านมาตรการการลงทุนและการลดหย่อนภาษี รวมถึง การพัฒนากฎระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมสร้างสรรค์ภายในย่านได้

5. การพัฒนาบริการและโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ

โครงสร้างพื้นฐานทางความรู้เพื่อการสนับสนุนผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสะดวกรวดเร็วตั้งแต่ขั้นตอนกระบวนการผลิตไปจนถึงการขายผลผลิตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ อาทิ อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ระบบลอจิสติกส์ ระบบฐานความรู้ ระบบห้องทดลองเชิงปฏิบัติการ โดยเฉพาะ การลงทุนโครงการสาธารณูปโภคแก่กลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์ ด้วยการพัฒนาพื้นที่เพื่อการบ่มเพาะพัฒนาทัก Incubation Center , Design lab, Maker Space ซึ่งสนับสนุนความเป็นวิชาชีพของกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์ โดยรวมตั้งแต่กระบวนการผลิตไปจนถึงการบริโภคสามารถตอบสนองต่อลักษณะธรรมชาติของกลุ่มคนทำงานสร้างสรรค์ นอกจากนี้ ยังรวมถึงการพัฒนาเพื่อเพิ่มพื้นที่สนับสนุนการใช้ความคิดสร้างสรรค์ เช่น พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด แกลลอรี่ พื้นที่จัดแสดงงานต่าง ๆ เพื่อที่พื้นที่สร้างสรรค์เหล่านี้จะช่วยให้เกิดการรวมตัวกันของบุคลากรสร้างสรรค์ ส่งเสริมให้เกิดปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้คน ก่อให้เกิดสังคมใหม่ที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับประเทศ